แผนงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และศิลปกรรมท้องถิ่น

การดำเนินงานของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ
และศิลปกรรมท้องถิ่น

หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น จะดำเนินงานตามแผนพัฒนาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม ประกอบด้วย ๔ แผนงาน ดังนี้

แผนงานที่ ๑ การบริหารหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น

แผนงานที ๒ แผนงานประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

แผนงานที่ ๓ แผนงานอบรม สัมมนาเผยแพร่ความรู้เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น

แผนงานที่ ๔ แผนงานการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรรมท้องถิ่น

แผนงานที่ ๑ การบริหารหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น

แนวทางการดำเนินงาน

๑. จัดทำแผนงาน / โครงการ ที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่หลักของหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนโยบายรัฐบาล แผนการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม และแผนพัฒนาจังหวัดในส่วนที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอ สผ.เพื่อพิจารณาสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนประจำปี

๒. ติดตามตรวจสอบ และรายงานผลการสำรวจและติดตามตรวจสอบสภาพแวดล้อมของแหล่งธรรมชาติและแหล่งศิลปกรรมส่งให้ สผ. (ใช้แบบสำรวจของ สผ.)

๓. จัดประชุมคณะกรรมการประจำหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น
อย่างน้อยปีละ ๑ – ๒ ครั้ง และส่งรายงานการประชุมให้ สผ.

๔. จัดประชุมคณะอนุกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมประจำจังหวัดอย่างน้อย
ปีละ ๑ – ๒ ครั้ง และส่งรายงานการประชุมให้ สผ.

๕. สร้างเครือข่ายอบรม/สัมมนา ให้จัดทำทะเบียนเครือข่ายที่ได้ดำเนินการทุกครั้งในแต่ละปี
และจัดทำรายงานสรุปผลการอบรม/สัมมนา และการประเมินผลการจัดอบรม/สัมมนา ส่งให้ สผ.

๖. จัดทำรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม ปีละ ๑ ครั้ง และส่งรายงานให้ สผ.

๗. จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ ส่งให้ สผ. ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณของทุกปี

๘. ประชุมร่วมกับหน่วยงาน ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

แผนงานที่ ๒ แผนงานประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

 วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้มีการกำหนดพื้นที่เป้าหมายและขอบเขตของพื้นที่ที่มีแหล่งศิลปกรรม หรือแหล่งธรรมชาติที่คาดว่าอยู่ในสถานการณ์ที่มีปัญหาเร่งด่วน หรืออาจได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาหรือกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องดำเนินการประกาศเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ หรือเขตอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

๒. เพื่อให้มีการควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยรอบ มิให้เกิดผลกระทบต่อแหล่งศิลปกรรม
หรือแหล่งธรรมชาติที่สำคัญอันควรอนุรักษ์

๓. เพื่อให้มีการอนุรักษ์ คุ้มครอง ป้องกัน และฟื้นฟู คุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมในพื้นที่อันควรอนุรักษ์มิให้มีกิจกรรม หรือโครงการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อสภาพแวดล้อมของแหล่งธรรมชาติ และแหล่งศิลปกรรม ทั้งในระยะเร่งด่วน และระยะยาว

๔. เพื่อให้มีแผนการจัดการ และมาตรการคุ้มครองคุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมที่เหมาะสม

แนวทางการดำเนินงาน

๑. ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูล ของแหล่งธรรมชาติและศิลปกรรมที่สำคัญในท้องถิ่น/จังหวัดที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ในด้านต่างๆ เช่น สภาพทางกายภาพ สภาพปัจจุบัน ปัญหา สาเหตุ สภาพแวดล้อม
ทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรม โครงการพัฒนา หรือกิจกรรมที่จะเข้ามาในพื้นที่หรือเกิดขึ้นแล้วมีผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม

๒. กำหนดขอบเขตพื้นที่ที่จะอนุรักษ์ และคุ้มครองให้เหมาะสมพร้อมแผนที่/แผนผังประกอบ
โดยพิจารณาจากผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด

๓. พิจารณา วิเคราะห์ รายละเอียดของประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม ที่อยู่ในระดับเร่งด่วน หรือเป็นอันตรายที่จะต้องป้องกัน แก้ไข และอนุรักษ์องค์ประกอบ หรือสภาพแวดล้อมของแหล่งธรรมชาติ และแหล่งศิลปกรรม แหล่งนั้น เพื่อประกอบการจัดทำแผนและมาตรการอนุรักษ์ คุ้มครอง ฟื้นฟู คุณภาพสิ่งแวดล้อมของแหล่งธรรมชาติและแหล่งศิลปกรรมนั้นต่อไป

 แผนงานที่ ๓ แผนงานอบรม สัมมนาเผยแพร่ความรู้เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้บุคลากรในท้องถิ่น หรือชุมชนที่เข้ารับการอบรมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังในแต่ละชุมชน และท้องถิ่นที่มีแหล่งธรรมชาติ หรือแหล่งศิลปกรรม ที่สำคัญอันควรค่าแก่การอนุรักษ์

๒. เพื่ออบรมบุคลากรในระดับท้องถิ่น หรือชุมชนให้มีความรู้ความเข้าใจ  เรื่องการอนุรักษ์  คุ้มครอง และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม อย่างยั่งยืน

๓. เพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรในท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแล รักษา คุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม ที่มีอยู่ในแต่ละชุมน และท้องถิ่นนั้นๆ ได้อย่างเหมาะสม

๔. เพื่อให้บุคลากรในท้องถิ่นที่เข้ารับการอบรมสัมมนานำความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ในพื้นที่ที่เฝ้าระวังติดตามตรวจสอบ

แนวทางการดำเนินงาน

๑. พิจารณากลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแหล่งธรรมชาติ หรือแหล่งศิลปกรรมที่มีปัญหาเร่งด่วน หรือคาดว่ากำลังอยู่ในภาวะอันตราย หรือถูกคุกคามจากโครงการพัฒนา หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง
ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมและธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ

๒. พิจารณาบุคลากรในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย และจำนวนผู้เข้าร่วมไม่ควรเกิน ๔๐-๕๐ คน ในแต่ละครั้ง และระบุจำนวนครั้งที่จะจัดอบรมให้ชัดเจน

๓ .เสริมสร้างความรู้ทางด้านวิชาการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์ คุ้มครอง และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม ในหลักวิชาการที่เหมาะสม รวมทั้งให้มีการรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ และแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อนำมาสรุปแนวทาง การอนุรักษ์ แก้ไข ฟื้นฟู ดุแลรักษา และดำเนินการในพื้นที่นั้นๆ

๔. การจัดอบรมแต่ละครั้งให้จัดทำทะเบียนเครือข่าย และกำหนดผู้ประสานงานเครือข่ายในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละชุมชน และแต่ละท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ในการติดต่อประสานงาน

แผนงานที่ ๔ แผนงานการพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อให้หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น มีระบบข้อมูลด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมทุกหน่วย

๒. เพื่อให้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมของแหล่งธรรมชาติและแหล่งศิลปกรรมที่มีอยู่ในพื้นที่ในแต่ละชุมชน มีการจัดเก็บข้อมูลไว้ในระบบข้อมูล ที่เป็นรูปแบบเดียวกัน และมีความละเอียด

๓. เพื่อให้ระบบข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และศิลปกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมสู่สาธารณชน ท้องถิ่น และจังหวัด อีกทั้งมีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

๔. เพื่อให้หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ศิลปกรรมท้องถิ่นมีการพัฒนาข้อมูลให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนอนุรักษ์คุ้มครอง และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และศิลปกรรม ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ชัดเจน

แนวทางการดำเนินงาน

๑. จัดทำระบบฐานข้อมูลภายใต้เว็บไซต์ของ สผ.เพื่อให้หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น สามารถดาวน์โหลดและกรอกข้อมูลตามแบบสำรวจที่กำหนด จากนั้นจัดส่งให้ สผ.โดยทางจดหมายอิเล็กโทรนิกส์ (e-mail) หรือทางไปรษณีย์ ข้อมูลเบื้องต้นประกอบด้วยข้อมูลทำเนียบหน่วยอนุรักษ์ฯ ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม (ตำแหน่ง ที่ตั้ง ภาพถ่าย สภาพปัญหา ฯลฯ)

๒. หน่วยอนุรักษ์ฯ ปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ตามรอบปีงบประมาณ ภายใน ๓๐ กันยายนของทุกปี

๓. ข้อมูลดังกล่าว จะนำไปใช้เป็นแนวทางการวางแผนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม และใช้ประกอบการพิจารณากลั่นกรองโครงการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม รวมทั้งใช้ประโยชน์อื่นที่เกี่ยวข้องตามที่หน่วยงานต่างๆ ประสานขอความร่วมมือ

 แนวทางในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรม

๑. ปลูกจิตสำนึกให้หน่วยงานของรัฐและประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของแหล่งศิลปกรรมซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น

๒. บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ จะต้องเอาใจใส่และวางแนวทางในการดำเนินงานดังนี้

๒.๑ ประเมินคุณค่าโบราณสถานแต่ละแห่ง

๒.๒ ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน

๒.๓ ตรวจรักษาซ่อมแซมบูรณะ

๒.๔ บริหารจัดการให้ทรงคุณค่าตลอดไป

แต่ทั้งนี้มิใช่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะรับผิดชอบดำเนินการเพียงลำพัง แต่ควรจะให้ชุมชนที่อยู่ในท้องถิ่นของแหล่งศิลปกรรมได้ช่วยเหลือและรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เกิดความรัก และหวงแหน อีกทั้งเห็นคุณค่าของศิลปกรรมที่อยู่ในท้องถิ่นของตนเอง

๓. จัดให้มีเครือข่ายเฝ้าระวัง ประกอบด้วย ประชาชนในท้องถิ่น วัด หน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่
เพื่อเป็นแนวร่วมในการช่วยกันดูแล และอนุรักษ์แหล่งโบราณสถานที่อยู่ในท้องถิ่นของตนเอง

ประโยชน์ที่จะได้รับ

๑. ช่วยเสริมคุณค่าและความสำคัญของแหล่งศิลปกรรมซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรทางการพัฒนาการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมศิลปกรรมวัฒนธรรม

๒. ช่วยให้เกิดความภาคภูมิใจในอารยธรรมอันเก่าแก่ของชาติ

๓. ช่วยให้เกิดความสามัคคีในการร่วมมือร่วมใจ ดูแล ปกป้องและรักษา แหล่งศิลปกรรมที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ต่อไป

๔. ช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงที่ดีงามทางด้านศิลปวัฒนธรรมให้แก่ประเทศชาติ

๕. ช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้แก่ชุมชน

๖. ช่วยยกระดับคุณภาพทรัพยากรบุคคลให้มีมาตรฐานสูงขึ้น

อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาไม่อาจทำได้โดยหน่วยงานใดเพียงหน่วยงานหนึ่ง หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การปลูกฝังจิตสำนึกให้กับประชาชน และเยาวชนให้เกิดความรักและหวงแหนในสมบัติของท้องถิ่น ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ หากสามารถจูงใจให้ผู้ที่อยู่อาศัยรอบบริเวณโบราณสถานต่างๆ ช่วยดูแลรักษา โดยให้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน สามารถได้ประโยชน์จากพื้นที่เหล่านั้น ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งนี้จะต้องอาศัยความร่วมมือของภาคีในหลายภาคส่วน ทั้งในการเฝ้าระวัง ติดตาม รวมทั้งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทั้งในทางเทคนิคและการบริหารจัดการให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้แหล่งศิลปกรรมยังคงคุณค่าและความงดงามสืบไป