การจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมของสถาบันอยุธยาศึกษา

คู่มือเทคนิคการจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรม ฉบับสถาบันอยุธยาศึกษา

กิจกรรมค่ายวัฒนธรรม คือกิจกรรมการเรียนรู้ทางวัฒนธรรมแนวทางหนึ่ง ที่จัดให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแบบเป็นหมู่คณะ เช่น คณะนักเรียน นักศึกษา หรือแขกผู้มาเยือนชาวต่างชาติ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมมีความรู้ ความเข้าใจ หรือมีความตระหนักรักษาวัฒนธรรมไทย หรือวัฒนธรรมในท้องถิ่น ผ่านการชม และการทดลองปฏิบัติ ซึ่งแต่ละหน่วยงาน อาจมีรูปแบบการดำเนินกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป สำคู่มือการจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมหรับ สถาบันอยุธยาศึกษา เป็นหน่วยงานทางวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ได้มีการจัดกิจกรรมในลักษณะค่ายวัฒนธรรมเป็นประจำ โดยองค์ประกอบหลักๆ ของการจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรม ได้แก่ การแสดงทางวัฒนธรรม การบริการอาหารและเครื่องดื่มที่สื่อถึงวัฒนธรรม และการจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ทางวัฒนธรรม

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ขณะทำงานแต่ละคน  และแต่ละฝ่าย มีบทบาทหน้าที่ในการจัดกิจกรรมที่แตกต่างกัน จึงอาจทำให้ไม่ทราบกระบวนการทำงานทั้งหมด จึงทำให้ไม่สามารถทำงานโดยทดแทนซึ่งกันและกันได้ ดังนั้นเพื่อการทำงานอย่างเป็นระบบ สถาบันอยุธยาศึกษา จึงได้จัดการความรู้เรื่องเทคนิคการจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรม โดยการถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์ของคณะทำงานของสถาบันอยุธยาศึกษา จึงสามารถกำหนดขั้นตอนการจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมได้เป็น ๔ ขั้นตอน ประกอบด้วย ๑.ขั้นตอนการประสานงาน ๒.ขั้นตอนการให้บริการ อาหารและเครื่องดื่ม ๓.ขั้นตอนการจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ และ
๔. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม โดยมีรายละเอียดแต่ละขั้นตอนดังนี้

๑.ขั้นตอนการประสานงาน

การประสานงานเป็นขั้นตอนแรกในการจัดกิจกรรม เริ่มจากทางคณะครู หรือโรงเรียนที่ต้องการให้ทางสถาบันอยุธยาศึกษาจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรม ติดต่อสอบถาม นัดหมาย และจองวันเวลาในปฏิทินเป็นเบื้องต้น

ขั้นตอนต่อมา คือการประสานงานให้โรงเรียนที่ต้องการจัดกิจกรรม ทำหนังสือราชการเป็นลายลักษณ์อักษร หลังจากนั้น ประสานงานกับทางคณะครูและโรงเรียน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เช่น  สอบถามความต้องการที่จะให้ทางสถาบันอยุธยาศึกษาจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมในรูปแบบใด และต้องการให้จัดกิจกรรมย่อยในแต่ละฐานการเรียนรู้เป็นเช่นไร ต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้และลงมือปฏิบัติในภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านใดบ้าง เป็นต้น

การประสานงานกับทางโรงเรียนที่มาจัดกิจกรรม มีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

  • โรงเรียนติดต่อสอบถาม การจัดกิจกรรม
  • กำหนดนัดหมายวัน เวลา ในการจัดกิจกรรม
  • โรงเรียนทำหนังสือขอความอนุเคราะห์การจัดกิจกรรม
  • ประสานงานกำหนดรูปแบบของการจัดบริการอาหาร และอาหารว่าง
  • สอบถามความต้องการ รูปแบบการจัดกิจกรรม และฐานการเรียนรู้
  • สอบถามจำนวน และอายุ หรือชั้นปีของนักเรียนที่จะมาเข้าร่วมกิจกรรม

เมื่อได้ข้อมูลในส่วนนี้แล้ว ผู้จัดกิจกรรมทำกำหนดการ ส่งทางโรงเรียนที่แจ้งความประสงค์มาจัดกิจกรรม  หลังจากนั้นผู้จัดกิจกรรม ดำเนินการประสานงานครูภูมิปัญญา เพื่อมาจัดกิจกรรมการสาธิตต่างๆ ในแต่ละฐานกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม ตามความประสงค์ของโรงเรียน ประสานงานเรื่องการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม ทั้งเรื่องอาหาร เรื่องสถานที่ และการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบภายในหน่วยงาน

แผนผังการขั้นตอนการประสานงาน

ค่าย ว 002

การจัดทำฐานข้อมูลครูภูมิปัญญา

ผู้ประสานงานควรจัดทำบัญชีรายชื่อ หรือฐานข้อมูลของ วิทยากร หรือ ครูภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรม โดยอาจแบ่งออกเป็นสาขาต่างๆ เช่น สาขาภูมิปัญญาท้องถิ่น สาขาปราชญ์ท้องถิ่น สาขาดนตรี-นาฏศิลป์ สาขาผ้าและเครื่องแต่งกาย ฯลฯ

ฐานข้อมูลวิทยากร ควรมีข้อมูลข้อมูลดังนี้

  • รายชื่อของวิทยากร หรือ ครูภูมิปัญญาทางด้านวัฒนธรรม
  • หมายเลขโทรศัพท์ หรือช่องทางสำหรับติดต่อสะดวก มีที่อยู่ หรือแผนที่บ้าน ในกรณีที่ต้องลงไปจัดกิจกรรม ณ สถานที่ทางวัฒนธรรมหรือแหล่งภูมิปัญญา
  • ข้อมูลด้านขีดความสามารถ หรือข้อจำกัดของวิทยากร หรือครูภูมิปัญญา เพราะว่าครูภูมิปัญญา ๑ คน อาจมีความรู้ ความสามารถหลายๆ ศาสตร์ ที่สามารถพิจารณาเชิญมาเป็นวิทยากรให้เหมาะสมต่องานนั้นๆ ได้

ตัวอย่างตารางสำหรับทำฐานข้อมูลครูภูมิปัญญา

ค่าย ว 003

การประสานงาน นับว่าเป็นการสร้างเครือข่ายทางวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง เช่น กรณีที่เชิญมาเป็นวิทยากรบ่อยครั้ง หน่วยงานก็จะยิ่งมีความสนิทชิดเชื้อกับครูภูมิปัญญาท่านนั้นมากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการขยายไปสู่การติดต่อประสานงานในเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย

ข้อควรระวัง การประสานงานกับวิทยากร ที่เป็นครูภูมิปัญญานั้น ควรติดต่อล่วงหน้าพอสมควร และต้องติดตาม หรือเตือนให้วิทยากรจำวันเวลาและสถานที่ตามนัดหมาย หรือประสานงานผ่านผู้ดูแล เนื่องจากวิทยากร หรือครูภูมิปัญญาบางท่าน อาจพลาดการนัดหมาย เพราะบางท่านอายุมาก และอาจหลงลืม หรือจำวันเวลา และสถานที่นัดหมายผิดพลาดได้

๒.ขั้นตอนการให้บริการ อาหารและเครื่องดื่ม

การจัดให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม ควรสะท้อนถึงการอนุรักษ์วัฒนธรรม แสดงออกถึงการกินอยู่แบบไทยๆ ดังนั้น ควรเลือกอาหารไทย ผลไม้ไทย และขนมไทย หรืออาหารที่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่น มาเป็นรายการหลัก ร่วมกันอาหารประเภทอื่นๆ เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกรับประทานได้หลากหลาย

สิ่งสำคัญอย่างแรกในการจัดให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม คือ ต้องทราบจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมว่ามีจำนวนเท่าใด จึงจะสามารถวางแผน และกำหนดรูปแบบของการให้บริการอาหารได้

การจัดอาหารต้องคำนึงถึงผู้ร่วมกิจกรรมด้วย เช่น ถ้าเป็นเยาวชน ควรจัดอาหารมีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่ไม่มีรสจัดหรือเผ็ดเกินไป และอาจบริการอาหารว่างด้วยไอศกรีมกะทิสด ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของเด็กในวัยนี้ โดยสามารถสั่งเหมารถไอศกรีมได้ ควรมีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ หรือถ้าเป็นชาวต่างชาติ ควรเน้นด้วยผลไม้ไทย เป็นต้น

การบรรจุอาหารว่าง ควรใส่อย่างพอดีตามความเหมาะสม ไม่ควรจัดให้น้อย หรือเยอะเกินไป

ถ้าเป็นกิจกรรมที่จัดนอกสถานที่ ควรเลือกขนม หรือผลไม้ตามฤดูกาลที่สามารถรับประทานได้ง่าย ราคาไม่แพง และไม่บูดเสียง่าย

การจัดเตรียมภาชนะ

ควรตัดใบตองรองจานเพื่อความสวยงาม คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ถ้าเป็นการจัดอาหารว่างนอกสถานที่ ควรใช้วัสดุประเภทถุงกระดาษสีน้ำตาล ส่วนเครื่องดื่มนั้นจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกเพื่อความสะดวกในการพกพา โดยอาจพิจารณาภาชนะที่มีรูปทรงสวยงาม

ขนมไทย ที่เหมาะสมในการจัด เช่น ขนมต้ม ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ถั่วแป๊บ ขนมมัน ขนมชั้นดอกไม้ ข้าวเกรียบปากหม้อ ข้อควรระวังคือ ขนมประเภทกะทินั้น อาจบูดเสียง่าย ผู้จัดควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

น้ำดื่ม เช่น น้ำสมุนไพร น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเก๊กฮวย น้ำลำใย น้ำใบเตย กาแฟ โอวัลติน

ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะละกอ ส้ม องุ่น ชมพู่ มังคุด

การจัดอาหารแบบบุฟเฟต์ เมนูที่นิยมจัด เช่น น้ำพริกลงเรือ ต้มจืดฟัก พะแนงไก่ ผัดไท ข้าวเหนียวไก่ย่าง-ส้มตำ

อาหารจานเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว ผัดไท ขนมจีน แกงเขียวหวาน น้ำยาป่า น้ำยากะทิ

ค่าย ว 004

ค่าย ว 005

ค่าย ว 007

๓.ขั้นตอนการจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้

การจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้ คือ กิจกรรมที่จัดให้ผู้ร่วมกิจกรรม สามารถทดลองฝึกปฏิบัติการ ด้วยตนเอง ผู้จัดกิจกรรมจะจัดหาครูภูมิปัญญาในสาขาต่างๆ มาสอนปฏิบัติ โดยแบ่งผู้ร่วมกิจกรรมออกเป็นกลุ่มๆ และหมุนเวียนทำกิจกรรมจนครบทุกกลุ่ม ซึ่งผู้ร่วมกิจกรรมจะได้ผลงานจากภูมิปัญญาด้านต่างๆ เป็นของที่ระลึก

ผู้จัดกิจกรรมควรกำหนดจำนวนของฐานกิจกรรม ให้สัมพันธ์กับจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม และระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเวลาทำกิจกรรม ฐานวัฒนธรรม ๓ ชั่วโมง และมีผู้ร่วมกิจกรรม ๖๐ คน อาจแบ่งออกเป็น ๖ กลุ่มๆ ละ ๑๐ คน เวียนทำกิจกรรมตามฐาน ๖ ฐานๆ ละ ๓๐ นาที เพื่อผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าร่วมกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมในเรื่องต่างๆ และควรจัดคณะทำงาน คอยเป็นพี่เลี้ยงประจำกลุ่มฐานการเรียนรู้ละ ๑ คน

ฐานการเรียนรู้ที่เลือกมาใช้ทำกิจกรรม ควรเลือกให้สามารถสื่อถึงเอกลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่นที่สถาบันอยุธยาศึกษาทำอยู่เป็นประจำ ได้แก่

  • การสานปลาตะเพียน
  • การปั้นหม้อ
  • การทำโรตีสายไหม
  • การทำพวงมโหตร
  • การทำดอกไม้จากก้านโสนหางไก่
  • การทำลูกชุบ

การจัดสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมฐานการเรียนรู้

สถานที่ในการจัดกิจกรรม ควรมีพื้นที่กว้าง ทั้งบนอาคาร ใต้อาคาร และนอกอาคาร เช่น ตามซุ้มศาลา หรือใต้เงาร่มไม้ใหญ่ ควรตกแต่งฐานกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมนั้นๆ ด้วยวัสดุที่เกี่ยวข้องกับฐาน เช่น ฐานการสานปลาตะเพียน ก็ควรเลือกมุมใดมุมหนึ่งบนอาคาร ในที่ร่ม ตกแต่งด้วยปลาตะเพียน หรือ หากเป็นกิจกรรมที่มีอาจมีความสกปรก เลอะเทอะ เช่น ฐานการปั้นหม้อดินเผา ควรจัดนอกอาคาร และอยู่ใกล้กับก๊อกน้ำสำหรับชำระทำความสะอาดได้สะดวก เป็นต้น

ฐานการทำโรตีสายไหม ควรจะอยู่ในที่ร่ม ใกล้แหล่งน้ำ ไม่มีมีลมแรงเพราะจะทำให้สายไหมที่ดึงแข็งเร็วเกินไป ฐานประดิษฐ์ดอกโสน ฐานพวงมโหตร ก็ควรอยู่ในที่ร่ม มีที่กำบังลม และมีแสงสว่างเพียงพอ

บางฐาน ที่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องไฟฟ้า หรือพัดลม เช่น ฐานการปั้นหม้อ ที่ต้องใช้มอเตอร์ และฐานการทำโรตีสายไหม ที่จำเป็นต้องใช้พัดลมระบายความร้อนนั้น ควรจัดเตรียมสายไฟยาวอำนวยความสะดวกไว้ให้ ซึ่งการจัดพื้นที่ห่างไกลจากตัวอาคารเกินไป อาจทำให้ต้องใช้สายไฟยาวจำนวนมาก

ค่าย ว 008

ค่าย ว 009

ค่าย ว 010

ค่าย ว 011

๔.ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม

การจัดกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม ควรเลือกสรรการแสดงให้เหมาะสมกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น ถ้าเป็นเยาวชน ควรเลือกการแสดงที่สามารถทำให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไปพร้อมๆ กับการซึมซับทางด้านวัฒนธรรม เช่น การแสดงกระบี่กระบอง การแสดงรำวง ที่จะทำให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการแสดง

การจัดกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม อาจจำแนกเป็น ๒ ประเภท ตามรูปแบบของการจัด ได้แก่

๑.การแสดงทางวัฒนธรรม สำหรับการต้อนรับ และให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมรับชมการแสดงอย่างเดียว ซึ่งเหมาะสำหรับการรับแขกสำคัญ หรือ ผู้บริหารทั้งในและต่างประเทศ ควรใช้นาฏศิลป์ชั้นสูง เช่น โขน มวยไทย รำมโนราห์บูชายัญ

๒.การแสดงทางวัฒนธรรมที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงได้ เช่น รำวงมาตรฐาน การละเล่นเด็กไทย ซึ่งเหมาะสำหรับเยาวชนและผู้มาศึกษาดูงานทั่วไป

คณะนักแสดง

การจัดการแสดงแต่ละครั้งจำเป็นต้องอาศัยความอนุเคราะห์จากหน่วยงานด้านศิลปะการแสดง ซึ่งมีทั้งภายใน และภายนอกมหาวิทยาลัย

ภายในได้แก่      สาขานาฏศิลป์การละคร, สาขาดนตรี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์  สาขาพลศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

ภายนอกได้แก่       วิทยาลัยนาฏศิลป์อ่างทอง เป็นต้น

ค่าย ว 012

ค่าย ว 013

ค่าย ว 014

 

Ayutthaya studies Infographic

เทคนิคการจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรมของสถาบันอยุธยาศึกษา

บอร์ด ๑~2 บอร์ด ๒ บอร์ด ๓~1 บอร์ด ๔

ดาวน์โหลดคู่มือฉบับนี้ได้ที่ คู่มือการจัดกิจกรรมค่ายวัฒนธรรม

 

COMMENTS

  • เพชรรุ้ง

    สวัสดีค่ะ หนูเรียนอยู่สาขาวิชาการท่องเที่ยวขอแชร์ความรู้นี้นะค่ะ

  • แนน

    ได้ความรู้มาก หนูเรียนอยู่สาขาการท่องเที่ยว หนูขอแชร์นะคะ