พบพระพุทธรูปสำริดจมดินลักษณะยืนคาพระนอนวัดโลกยสุธาราม

ที่มา:www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000071209

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2557 นายเมธาดล วิจักขณะ ผู้อ้านวยการสำนักศิลปากรที่ 3

พระนครศรีอยุธยา ได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณพระนอน วัดโลกยสุธาราม ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา  จ.พระนครศรีอยุธยา ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่สมัย กรุงศรีอยุธยา หลังจากที่มีรายงานการขุดพบเศียร และองค์พระพุทธรูปใต้องค์พระนอน

เมื่อไปถึงบริเวณที่มีการพบพระพุทธรูปนั้นอยู่ช่วงที่เป็นด้านใต้หน้าแข้งขององค์พระนอน ซึ่งคนงาน กรมศิลปากร ก้าลังมีการขุดตกแต่งเพื่อบูรณะซ่อมแซมพระนอน และเจดีย์โดยรอบองค์พระนอน โดยเศียร พระพุทธรูปเป็นเนื้อส้าริด มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ฟุต หักออกจากตัวองค์พระ ซึ่งจมลงไปใน แนวตั้งลงไปในลักษณะคาองค์พระนอน เมื่อน้าขึ้นมาพบตัวองค์พระสูงประมาณ 1 เมตร จึงได้น้าขึ้นไปไว้ที่ พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา นายเมธาดล วิจักขณะ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าพระนอน วัดโลกยสุธาราม เป็นพระเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยา ขนาดยาว 42 เมตร และสูงจากพื้น 8 เมตร ได้รับความ เสียหายจากเหตุการณ์นาท่วมที่ผ่านมา มีภาคเอกชนบริจาคเงิน จ้านวน 1 ล้านบาท เพื่อให้กรมศิลปากร บูรณะด้วยการเสริมคานที่ฐานล่างท้าให้ช่วงที่สอดคานเข้าไปกระแทกกับเศียรองค์พระหัก ซึ่งไม่ปรากฏการใช้ องค์พระคาที่ฐานล่างองค์พระมาก่อน เข้าใจว่าน่าจะเป็นช่วง พ.ศ.2500 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ท้าการ บูรณะองค์พระ อาจจะมีการน้าองค์พระฝังลงไปคาองค์พระตามความเชื่อ อย่างไรก็ตาม ก็จะน้าไปตรวจสอบ อายุขององค์พระต่อไป นางศริสา จินดาวงษ์ ผู้อ้านวยการพิพิธภัณท์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา กล่าวว่า ไม่เคยพบ

พระพุทธรูปในลักษณะของการน้าไปฝังใต้ฐานพระนอนมาก่อน เท่าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพระพุทธรูปองค์นี้ น่าจะเป็นศิลปะสมัยสุโขทัย เป็นส้าริดทั้งองค์ แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเป็นปางห้ามญาติหรือธุดงค์ อย่างไรก็ ตาม จะท้าความสะอาดตามขั้นตอนเพื่อเก็บรักษาเอาไว้

วัดโลกยสุธาราม สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ในรัชสมัยสมเด็จพระนครินทราธิราช พระราชบิดาเจ้าสามพระยา ราว พ.ศ.1995 วัดนี้มีพระพุทธไสยาสน์ ปางไสยาสน์ ที่ใหญ่ ที่สุดในเกาะเมืองอยุธยา ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ก่ออิฐถือปูน มีความยาว 42 เมตร และสูง 8 เมตร พระ พักตร์หันไปทางทิศเหนือ ที่พระเศียรมีดอกบัวรองรับ พระบาทซ้อนกันเป็นมุมฉาก นิ้วพระบาทยาวเท่ากัน มี ดอกบัวเกยซ้อนรองรับพระเศียรแทนพระเขนย สันนิษฐานว่าแต่เดิมเป็นพระพุทธรูปไม่ทรงเครื่อง  แต่การบูรณะใน พ.ศ.2499 คงมีการแก้พระเศียรเป็นอย่างพระพุทธรูปทรงเครื่อง รอบองค์พระมีเสาอิฐ  8 เหลี่ยม รวม 24 ต้น ซึ่งแต่เดิมคงจะมีการสร้างวิหารครอบพระพุทธไสยาสน์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้ พังทลายลงเมื่อใด พระพุทธไสยาสน์องค์นี้ได้รับการขุดแต่งโดยโรงงานสุรา ร่วมกับกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ.2497

และต่อมา ในปี พ.ศ.2532 คุณหญิงระเบียบ ธ้ารงนาวาสวัสดิ์ และครอบครัว ได้บูรณะพระพุทธไสยาสน์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ นาย ธำรง และพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี

07