สำนักศิลปากรที่ 3 อยุธยาเตรียมบูรณะซ่อมแซมเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล หลังตรวจสอบพบเอียงจริง

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/Content/regional/237867

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 นายเมธาดล วิจักขณะ ผอ.ส้านักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงการโน้มเอียงของเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จากต้าแหน่งเดิม 3 องศาวัดจากแกนกลาง ท้าให้มีการสไลด์ของยอดเจดีย์ห่างออกไปจากแกนกลาง ถึง 1.80 – 2 เมตร ซึ่งถือว่าเป็นอันตราย ทางวิศวกรรมจึงเร่งให้มีการวางแนวทางในการป้องกันการเอียงนั้น นายเมธาดล วิจักขณะ ผู้อ้านวยการส้านักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการประเมินการบูรณะซ่อมแซม ซึ่งมอบให้ นายธเนศ วีระศิริ อดีตเลขานุการวิศวกรรมสถานแห่ง ประเทศไทย เป็นผู้วางแผนการซ่อมแซม โดยมีการจัดทีมร่วมกับทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนายธเนศ เป็นหนึ่ง

ในทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านโครงการอาคารสถาปัตยกรรมอย่างมาก เคยยกตัวโบราณสถาน 100 ปี ภายในโรงเรียนราชินี มาแล้ว ซึ่งสามารถยกขึ้นถึง 1 เมตรเศษในครั้งนั้น เพื่ออนุรักษ์จนอยู่ถึงปัจจุบัน ส้าหรับการวางแนวทางที่จะบูรณะในครั้งนี้ จะต้องวิเคราะห์สาเหตุการทรุดตัวว่าน่าจะมาจาก ดินทรุดตัว จากเหตุการณ์นาท่วมเมื่อปี 2554 หรือจากแรงสะเทือนจากแผ่นดินไหว สิ่งที่จะต้องท้าคือ การเสริมความมั่นคงแข็งแรง ซึ่งเท่าที่ประเมินการเอียงของเจดีย์ยังมาจากมวลเจดีย์ที่อิฐปูนมีการเคลื่อนตัวไป ทางทิศตะวันตกตามแรงโน้มถ่วงโลก ต้องท้าการหยุดการเคลื่อนตัว โดยการน้าโครงเหล็กเข้าไปไว้ในตัวของ องค์เจดีย์ด้วยวิธีการทางวิศวกรรม ซึ่งจะไม่มีการยกองค์เจดีย์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งการซ่อมแซมหรือบูรณะ นั้นก็จะไม่ได้ท้าให้ยอดเจดีย์ตั้งตรงแต่เป็นการหยุดการเอียงเพิ่มขึ้น แต่หากไม่มีการซ่อมแซมหรือบูรณะเจดีย์ ก็อาจจะพังลงมาลักษณะเหมือนการพังทลายของพระปรางค์วัดมหาธาตุ เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 หรือ 100 ปี มาแล้ว ซึ่งจะพังจากยอดลงมาแล้วทรุดตัวลงมากองกับพื้น ขณะนี้ยังพยากรณ์ไม่ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด  แต่อธิบดีกรมศิลปากร ได้มอบหมายให้นายธเนศ และส้านักสถาปัตยกรรมกรมศิลปากร ซึ่งเป็นทีมที่เคยเข้าไป เสริมความแข็งแรงมาครั้งหนึ่งเมื่อปี 2518 โดยมีแบบอยู่แล้ว ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการ ประเมินและวางแนวทางการซ่อมและหากลงมือซ่อมจริงคาดว่าใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน