อนุรักษ์ต้นพุทราโบราณสถานเมืองกรุงเก่า

ที่มา : สำนักข่าวไทย www.tnamcot.com/content/๒๑๔๘๓๕

เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๘

เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๘ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสั่งสำรวจเขตโบราณสถานเก็บข้อมูลต้นพุทราเก่าแก่ทั้ง ๗๘๕ ต้น เพื่ออนุรักษ์และขยายพันธุ์ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านเกษตรจังหวัดเผยเป็นต้นไม้มีตำนานทางประวัติศาสตร์ นายไพศาล สังข์มงคล หัวหน้าสำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับมอบหมายจากนายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้นำเจ้าหน้าที่สำรวจเก็บประวัติต้นพุทราภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รอบวิหารพระมงคลบพิตร ที่มีอยู่ทั้งหมด ๗๘๕ ต้น ส่วนใหญ่มีอายุเก่าแก่ราว ๑๓๐ ปี เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ต้นพุทราในเขตโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

1434968616-71f13150db5b31155489fbb2816b802e

นายไพศาล กล่าวว่าพระองค์ทรงมีความห่วงใยต้นพุทราต้นไม้โบราณหายาก ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย ตามตำนานในพงศาวดาร มีการจารึกบันทึกไว้ว่า เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชนช้างกับพระมหาอุปราชาแม่ทัพพม่า ช้างทรงของพระนเรศวรเสียหลัก ถอยหลังติดต้นพุทราทำให้มีพลังไสช้างเข้าสู้พระมหาอุปราชาจนชนะศึกครั้งนี้ เมื่อเดินทางกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระนเรศวร ทรงสั่งให้ปลูกต้นพุทรารอบวัง นายไพศาล อธิบายด้วยว่า ต่อมาสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทรงให้พระยาโบราณราชธานินทร์ สมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า เร่งบูรณะตบแต่งกิ่งต้นพุทราและให้รักษา ให้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา และให้ปลูกต้นพุทราเพิ่ม เนื่องจากบริเวณรอบโบราณสถานยังไม่มีงบประมาณเพียงพอในการดูแล โดยเมื่อเม็ดพุทราร่วงหล่นจากต้น ชาวบ้านจะได้เข้ามาเก็บจะต้องถากถางหญ้าใต้ต้นพุทราให้โล่งเตียน เพื่อสะดวกในการจัดเก็บ และพุทรากวนถือเป็นสินค้าของฝากชื่อดังเมืองกรุงเก่า